ร้อยไม่เชื่อ...พันไม่เชื่อ...
ใครว่าโยคะดี...ขอเถียงคอเป็นเอ็นเลยล่ะ
ใคร ๆ ที่ว่าโยคะดีน่ะ จริง ๆ แล้ว...
V
V
V
V
V
V
V
V
V
V
V
V
V
V
V
โยคะ "ดีมากกก..." ต่างหากล่ะ 

เมื่อก่อนสมัยเริ่มเข้าวงการ :p
เล่นโน่นนิด เล่นนี่หน่อย ก็ปวดหลังปวดเอว
นึกไปว่าอาจเป็นผลจากการผ่าตัดที่ต้องบล็อคหลัง
เวลาทำพีที บางครั้งมีต่อรองกะครู
ขอไม่ทำท่านั้น ท่านี้ เพราะอาการปวดหลัง
ครูก็คงเบื่อ แต่ไม่บ่น (ให้ได้ยิน)
มีอยู่วัน อ่านหนังสือเจอบทสัมภาษณ์
คนที่เคยป่วยเป็นโรคกระดูกหมอนรองกระดูกเคลื่อน
เล่นโยคะแล้วดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งหายขาด
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจอยากลองเล่นโยคะ

หลังจากนั้นเลยลองเข้าคลาสโยคะบ้าง
แรก ๆ ก็อู้ นั่ง ๆ นอน ๆ ในคลาส (น่าอายมาก)
ดูคนอื่นเล่น ดูครูเล่น แล้วนึกในใจ...
มนุษย์ปกติที่ไหนจะทำได้ (ฟะ)
คงทำได้เฉพาะพวกที่ไม่มีกระดูกละมั๊ง (ฮ่า ๆ ๆ)
ครั้งแรกที่เข้าก็ร่ำ ๆ จะเดินออกจากคลาสตั้งแต่ 15 นาทีแรก
แต่นึกไปนึกมา...ถ้าเราอยู่ได้ครบชั่วโมง
ก็ถือว่าเราสามารถเอาชนะใจตัวเองได้
เป็นการฝึกจิต ฝึกสมาธิ ฝึกความอดทน อดกลั้นไปในตัว
(เกิด "ความเพียร" ตามมา)

ขณะที่อยู่ในคลาส ใคร ๆ ต่างก็ฝึกกัน
แล้วมีเรานั่งหัวโด่คนเดียว น่าอาย ๆ
ก็เลยต้องฮึดทำตาม ๆ เค้าไป ทำเท่าที่ทำได้
แรก ๆ ก็ลำบากนิดหน่อย เพราะร่างกายไม่มีความยืดหยุ่น
หลังจากเข้าคลาสโยคะ 2-3 ครั้ง เริ่มรู้สึกดี
ร่างกายมีความยืดหยุ่นมากขึ้น อาการปวดหลังก็หายไป
อะไร ๆ กำลังไปได้สวย... แต่ช่วงนี้เจอ "มารผจญ"
ซึ่งข้ออ้างของ "คนขี้เกียจออกกำลังกาย" ก็คือ "งาน"
ไม่ได้หมายความว่า "งาน" คือ "มาร" นะ
จริง ๆ แล้ว "มาร" ก็คือ "ใจเราเอง" นั่นล่ะ :p
ชนะ "มาร" ก็เหมือน "ชนะใจตัวเอง"
เมื่อ "ชนะใจตัวเอง" ได้ อะไร ๆ ในโลกนี้ก็เป็นเรื่องง่าย
เหมือนกับการเล่นโยคะ ที่ลำบากในระยะเริ่มต้น
แต่พอฝึกไปซักระยะ ร่างกายเริ่มเข้าที่เข้าทาง
ถ้าได้ฝึกอย่างสม่ำเสมอ ท่าต่าง ๆ ที่ว่ายาก
ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถเราหรอก...จริงมั๊ย

ฉะนั้น...มาฝึก "ชนะใจตัวเอง" ด้วยการเล่น "โยคะ" กันเถอะ...
ความสำเร็จต่าง ๆ รอเราอยู่แค่เอื้อม
(...อะโห ๆ ตู...อุตส่าห์แถ หาสนามบินลงจนได้)